ในประวัติศาสตร์บอลสเปนอาจจะไม่เกินเลย ถ้าหากจะบอกว่าเหล่ากองหน้าบาสเก๋คือหนึ่งในหัวใจหลักบนทางอันยาวไกลแต่ครั้งอดีตกาล
ย้อนเวลากลับไปราวหนึ่งร้อยปีก่อน ราฟาเอล โมเรโน่ อารานซาดี้ หรือ ‘ปีชีชี่’ ยอดเยี่ยมกองหน้าในตำนาน แอธนาคารบิลค่อย ปลูกฝังความทรงจำแรกให้ทุกคนได้รู้จักความร้ายกาจในเชิงลูกหนังของคนบาสก์
ดาวเตะผู้พาทีม ‘กระทิงดุ’ ลุยโอลิมปิกหนแรกที่ อันทเวิร์ป ,ประเทศเบลเยี่ยม เมื่อปี 1920 ได้รับการชื่นชมว่าเป็นกองหน้าที่เก่งที่สุดในสมัยแรกของสเปน กระทั่งทุกวันนี้ชื่อของเขายังชินปากผู้คนเมื่อถูกนำไปตั้งเป็นรางวัลดาวซัลโวสูงสุดลา ลีกา ที่กองหน้าทุกคนมุ่งมาดปรารถนาจะครอบครอง
จาก ‘ปีชีชี่’ สู่ ‘เตลโม ซาร์ร่า’ ผู้เข้ามาสืบต่อความอัจฉริยะด้านการถล่มประตูของชาวบาสก์
ซาร์ร่า ครอบครองรางวัล ‘ปีชีชี่’ ที่เอาชื่อดาวยิงรุ่นพี่มาตั้งไปครอบครองถึง 6 ยุค ลงเล่นในลีกสูงสุด 278 นัด ซัดกระจาย 251 ประตูรั้งตำแหน่งดาวซัลโวสูงสุดในประวัติศาสตร์ ลา ลีกา อย่างนานกว่า 60 ปี ก่อนที่จะถูก ลิโอเนล เมสซี่ รวมทั้ง คริสเตียโน่ โรนัลโด้ แซงหน้าไปเมื่อสองปีก่อน
ในที่สุดชื่อของ ซาร์ร่า ก็ถูกนำไปตั้งเป็นรางวัลที่มอบให้กับนักฟุตบอลสเปนผู้ยิงประตูมากที่สุดใน ลา ลีกา แต่ละฤดูกาล ซึ่งดาวยิงผู้ครอบครองมันในห้วงสองปีหลังสุดก็คือรุ่นน้องในทีม แอธนาคารบิลค่อย อย่าง อาริตซ์ อาดูริซ
อาดูริซ สืบสานตำนานดาวยิงของลำแข้งบิลค่อยได้อย่างน่ากล่าวยกย่อง เพราะไม่เพียงแค่ผลงานอันเยี่ยมกับสมาพันธ์ เขายังกลายเป็นลำแข้งประวัติศาตร์ของสเปนไปอีกราย
จากเกมบอลโลกรอบคัด 2018 กับ มาสิโดเนีย ที่ กรานาด้า แม้จะเป็นเพียงลูกที่สองในชีวิตการบริการกองทัพ ‘ลา โรฆา’ แต่มันมีความหมายสูงยิ่ง เมื่อหัวหอกจอมเก๋าได้รับการจดบันทึกให้เป็นลำแข้งแก่สุดที่ยิงประตูให้ทีมชาติด้วย 35 ปีกับอีก 275 วัน
และก็ให้เหมาะเจาะเข้าไปอีกเมื่อมันเป็นการทำลายสถิติเดิมของดาวยิงบิลค่อยรุ่นพี่อย่าง โฆเซ่ มาเรีย เปนญ่า ที่เคยทำไว้ที่อายุ 35 ปี 225 วัน
ปฏิเสธไม่ได้ว่า อาดูริซ กำลังอยู่ตอนที่ดีที่สุดทั้งที่ค่าเฉลี่ยของนักฟุตบอลวัยนี้ส่วนใหญ่ไม่ห้อยสตั๊ดเลิกเล่น ก็ลดน้อยจนไม่เหลือภาวะ
อาดูริซ ได้รับการชื่นชมจากสื่อสเปนอย่างยิ่ง ในฐานะดาวยิงไม่รู้โรย สภาพร่างกายของเขาฟิตเปรี๊ยะไม่แตกต่างจากวัยรุ่น เพราะไม่เพียงสถิติที่เอ่ยถึง เมื่อเร็วๆนี้ยังสร้างสถิติเป็นดาวยิงคนแรกในประวัติศาสตร์ยูโรป้า ลีก ที่เหมาซัด 5 ประตูในเกมเดียว นัด บิลค่อย ถล่ม เกงค์ 5-3 ทำลายสถิติเดิมที่ ราดาเมล ฟัลเกา รวมทั้ง เอดิซอน กาวานี่ เคยทำไว้ 4 ในเกมเดียว ยุคเล่นให้กับ ปอร์โต้ รวมทั้ง นาโปลี
ข้างหลังสร้างสถิติยิงประตู มาสิโดเนีย ได้ อาดูริซ บอกว่าไม่ว่าจะยังไง สิ่งที่จำเป็นที่สุดก็คือการพยายามทำงานอย่างเต็มที่เพื่อช่วยเหลือทีม
“ผมสุขสบายมาก เป้าหมายเดียวของผมคือฝึกฝนให้ดีที่สุด ผมสนุกสนานมากกับช่วงนี้ ไม่ว่าทุกอย่างจะออกมาดีหรือห่วย แต่ความจริงจังอุตสาหะต้องมาก่อนเสมอ”
จากคำกล่าวข้างต้นแสดงให้เห็นถึงที่มาของผลลัพธ์อันหอมหวานของ อาดูริซ อย่างเห็นได้ชัด ดาวยิงบิลค่อยมีทัศนคติที่เยี่ยม เขาอุตสาหะเต็มที่ในการฝึกฝนโดยเพียงแค่คาดหมายว่ามันจะสามารถช่วยเหลือทีมได้ ซึ่งในที่สุดมันกลายเป็นรางวัลตอบแทนให้กับเขาอย่างงดงาม
วิเคราะห์กันว่าผู้เล่นอายุเยอะนั้นคุณลักษณะเด่นคือประสบการณ์ที่สอนให้เขารู้จักเกมในทางมุมที่นานัปการกว่าลำแข้งวัยรุ่น เห็นแก่ตัวน้อยกว่า ทำเพื่อทีมมากเพิ่มขึ้น ความกระชุ่มกระชวยอาจมีไม่มากเท่า แต่ก็จะได้เรื่องอ่านเกมมาแทนที่ ยิ่งประกอบกับระเบียบในการใช้ชีวิตก็ยิ่งเป็นการยืดระยะเวลาในการลงเล่นให้ยาวมากขึ้น
แน่นอนว่าบนวัยเฉียด 36 เขาต้องรับบทบาทตัวสำรองของ อัลบาโร่ โมราต้า รวมทั้ง ดีเอโก้ กอสต้า ซึ่งหนุ่มแน่นกว่า เหตุนี้งานสำคัญของเขาคือการพลิกเหตุการณ์ยามทีมกลายเป็นรองหรืออยากได้ไม่เหมือนกันในเกมรุก
ที่ผ่านมาจากผลงาน 10 นัดของการบริการทีมชาติ นับได้ว่า อาดูริซ ทำได้ค่อนข้างดี ถ้าหากจะมีให้ผิดหวังหน่อยอาจจะเป็นเกมกับ อิตาลี ที่เขาถูกส่งลงมาแทน โนลีโต้ แต่จำเป็นต้องถูกสลับตัวออกเพราะอาการเจ็บจากการเผชิญหน้า ซึ่งลงท้าย สเปน แพ้ตกรอบ 16 ทีมอย่างระบม
ยูโร ผ่านไป บอลโลก กำลังมา ความเจ็บปวดที่ได้รับ กำลังกลายเป็นความด้านหลังทายอีกครั้งของ อาดูริซ
ข้างหลังทุบชนะ มาสิโดเนีย 4-0 ทำให้ ‘กระทิงดุ’ ยังรั้งผู้นำฝูงในกลุ่ม จี มีFun8810 แต้มจาก 4 นัดเท่ากันกับ อิตาลี ช่องทางเข้ารอบท้ายที่สุดแจ่มใสมากเพิ่มขึ้น ซึ่งก็น่าไตร่ตรองว่าเมื่อถึงฤดูร้อนปี 2018 ถ้าหาก โลเปเตกี สามารถพาทีมไปเล่นรอบท้ายที่สุดได้จริง อาดูริซ จะยังยืนระยะได้อยู่ไหม
หัวหอกบิลค่อยเกิดวันที่ 11เดือนกุมภาพันธ์ 1981 ส่วนบอลโลกที่ รัสเซีย จะเปิดตัวในวันที่ 14 เดือนมิถุนายน 2018 ในเวลานั้นเขาจะมีอายุมากถึง 37 ปี 4 เดือนกับอีก 3 วัน

มองเห็นทางการกีฬาแห่งประเทศไทย สู้หน้าเสื่อเป็นเจ้าภาพจัดการประลองบอลยูธลีกหรือบอลลีกเยาวชนแห่งชาติ
แรกๆที่ได้มองเห็นการประลองบอลรายการนี้ ตัวผมเองก็มองว่า การกีฬาแห่งประเทศไทย เอาเงินมาตำน้ำพริกละลายแม่น้ำรึเปล่า
จัดแล้วมันจะเป็นประโยชน์อะไรกับบรรดาเยาวชนในชนบท อย่างที่วางเป้าบอลรายการนี้รึเปล่า นั่นก็คือ การถักฝันบอลไทยไปบอลโลก
เพราะมีเสียงก่นด่าทอจากครูฝึกทีมบอลในชนบท พร่ำบ่นมาว่า การจัดการประลองในรอบคัดเลือก หลายๆสนามจัดแบบพอเป็นพิธี ไม่มีความพร้อมในเรื่องของสนามแข่ง ที่ภาวะสนามเหมือนเตะอยู่ในสนามหนองสุนัขว้อ
ผู้ตัดสินที่เอามาปฏิบัติภารกิจ ก็เหมือนเอาลูกจ้างทำถนนมาปฏิบัติภารกิจ เป่าไม่ทันเกม เป่าแบบไม่ถูกๆถูกๆเหมือนไม่เคยปฏิบัติภารกิจราชสีห์เชิ้ตดำมาก่อน
สิ่งกลุ่มนี้ล้วนเป็นเสียงพร่ำบ่นของบรรดากุนซือในชนบท ที่ฝากถึงผู้ใหญ่ในการกีฬาแห่งประเทศไทย ที่รับผิดชอบกับการประลองบอลรายการนี้
เชื่อว่าในปีต่อไปถ้ามีการจัดการประลองบอลยูธลีกขึ้นมาอีก ทาง กกท. ควรต้องส่งคนลงไปแก้ไขปรับปรุงไม่ให้เรื่องราวกลุ่มนี้เกิดขึ้นอีกแต่ว่าหลังจากบอลยูธลีก ผ่านรอบคัดเลือกเข้ามาถึงรอบในที่สุดที่เตะแบบเหย้ากับเยือน 2 นัดไม่เข้ารอบ
ทำให้ตัวผมเองแลเห็นแล้วว่า บอลรายการนี้จัดขึ้นมาแล้วเป็นประโยชน์ต่อแวดวงบอลของเมืองไทยจริงๆเพราะเหตุว่าเราได้มีโอกาสมองเห็นนักฟุตบอลฝีเท้าดีในระดับ เกรด เอ ของเมืองไทยลงในสนามฟาดลำแข้ง ทั้งรุ่นอายุ 13, 15, 17 และก็ 19 ปี ที่คนไม่ใช่น้อยสามารถก้าวติดทีมเยาวชนได้อย่างสบายในอนาคตแต่กลับไม่เห็นคนทำทีมบอลในระดับเยาวชนของสมาคมกีฬาบอลฯ เข้ามามองนักฟุตบอลรายการนี้เลย
จะมีคนของสมาคมกีฬาบอลฯ เข้ามองก็เป็นพวกวัยรุ่นที่เดินดวงเดือนว่งเท้าไป แกว่งเท้ามาในสนามแบบไร้สาระเหมือนมาแสดงตัวว่า…กูเด็กของสมาคมกีฬาบอลฯ ที่มีความสนใจในบอลรายการนี้เช่นกัน
แต่ว่ามิได้เข้ามามองเด็กฝีเท้าดีลงในสนามแข่ง มาเพื่อให้ผู้ใหญ่ได้มีความคิดเห็นว่า มีคนของสมาคมกีฬาบอลฯ เข้ามาในสนามเท่านั้น
ก็ต้องการจะกล่าวว่า ถ้าคนทำทีมบอลเยาวชนของสมาคมกีฬาบอลฯ เข้ามามองบอลรายการยูธลีก แล้วเก็บข้อมูลนักฟุตบอลเก่งๆในศึกบอลรายการนี้เอาไป
ในอนาคตการส่งทีมบอลเยาวชนในรุ่นอายุต่างๆเกือบจะไม่ต้องเปิดคัดตัวเด็กจากทั่วทั้งประเทศให้เสียเวล่ำเวลา เสียเงินเสียทอง เพราะเหตุว่านักฟุตบอลของจริงมีรายชื่ออยู่ในมือแล้ว
รวมทั้งดีใจจริงๆที่ได้ยินจากปากของ "บิ๊กน้อย" ทนุเกียรติยศ จันทร์ชุม ผู้อำนวยการกีฬาอาชีพและก็มวย ผู้สนับสนุนบอลรายการนี้ให้เกิดขึ้นบนผืนแผ่นดินไทย
ประกาศออกมาแล้วว่า ศึกยูธลีก ครั้งที่ 2 จัดการประลองขึ้นในแน่นอนเพราะเหตุว่าทาง กกท. อนุมัติงบประมาณในการจัดการประลอง ออกมาเป็นระเบียบเรียบร้อยแล้ว

''อัลลี่'' เหมาะสมที่สุด??
ตอนเดินเข้ามา เขาคนนี้มีค่าชดเชยแค่ 5 ล้านปอนด์ วันนี้ค่าส่วนตัวของเขาไปไกลกว่านั้น เว็บไซต์ทรานสเฟอร์มาร์เกต เว็บไซต์ที่ประเมินราคาของนักเตะคร่าวๆตั้งค่าหัวเขาคนนี้ในช่วงเวลานี้เอาไว้ที่ 34 ล้านปอนด์หากนำเอาไปขายในตลาดขายเนื้อสดแต่ว่าเชื่อเถอะ เขามีค่ามากกว่านั้นใช่ครับ ผมกำลังหมายความว่า เดเล่ อัลลี่ ยอดเยี่ยมดาวรุ่งพุ่งแรงของท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์สเปอร์ส ท้องนาต่อนี้ไปเป็นทีมที่สร้างจังหวะยิงประตูต่อเกมสูงสุด เหนือกว่าเชลซี, แมนฯ ซิตี้, ลิเวอร์พูล แล้วก็แมนฯ ยูไนเต็ด หนึ่งในสิ่งสำคัญก็มาจากฟอร์มของอัลลี่ประตูสุดสวยล่าสุดกับการปั่นไซด์โค้งทิ่มสามเหลี่ยมงามหยดใส่วัตฟอร์ดเป็นเครื่องรับประกันว่า เขาก้าวสู่อีกระดับ ไม่ใช่ว่าจะทำประตูในกรอบเขตโทษอย่างเดียว
วันนี้เป็นวันแรกที่เขาจะนับหนึ่งในฐานะเด็กหนุ่มวัย 21 ปีบริบูรณ์ เด็กคนนี้สร้างความตรึงใจให้ เมาริซิโอ โปเช็ตติโน่ ต่อเนื่องตั้งแต่แมื่อแจ้งเกิดเสร็จ ตอนนี้เขาเป็นตัวจริงของทีมชาติอังกฤษ ได้รับจังหวะลงเล่นทุกครั้ง หากไม่เจ็บหรือแบน ฟอร์มภาพรวมของดาวเตะที่ถือกำเนิดแถบไม่ลตัน คีนส์ ดอนส์ สมควรด้วยประการทั้งปวงที่จะเป็นตัวหลักทั้งกับชมรมแล้วก็ทีมชาติจนมีคำถามว่าอีกสิบปีด้านหน้า เขาจะยังเป็นคีย์แมนให้สองทีมอยู่หรือไม่ ? แล้วก็ใจความสำคัญถกเถียงในกลุ่มอิงลิชชน หมอนี่ดียิ่งกว่าแลมพาร์ดกับเจอร์ราร์ดหรือกองกลางอังกฤษเท่าที่เคยมีมา ?
ใช่หรือเปล่า แต่ว่าตามสถิติที่อัลลี่สร้างขึ้นมาแสดงว่าเขามีอนาคตไกลแน่ๆ อายุเพิ่งจะ 21 ปี แล้วถ้าหากเทียบเคียงตอนวัยเดียวกันของ แฟร้งค์ แลมพาร์ด, พอล สโคลส์, สตีเว่น เจอร์ราร์ด หรือ เดวิด เบ็คแฮม เขาออกตัวได้อย่างมีประสิทธิภาพมากกว่าทุกคนโดยเฉพาะเรื่องการยิงประตูตั้งแต่แมื่อสิ้นยุครุ่งโรจน์ของแลมพาร์ดกับเจอร์ราร์ด เราแทบไม่เห็นนักเตะสายกลางผู้ใดที่มีการยิงประตูเด็ดขาดอีกเลย ตราบจนกระทั่งอัลลี่ก้าวขึ้นมาเจิดแจ่มแจ้ง
เกินจริงใช่มั้ย ด้วยวัยเพียงบรรลุนิติภาวะแต่ว่าสามารถครองใจได้ทั้งโปเช็ตติโน่, ที่ปรึกษาสิงโต, เกจิอาจารย์ แล้วก็แฟนบอล การที่อัลลี่มี 63 แมตช์แรกบนเวทีพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ที่เด่นร้อนแรงสุดๆจากผลงานสุดสะเด่า 26 ประตู กับอีก 14 แอสซิสต์ เครดิตส่วนมากต้องชูให้ที่ปรึกษาอาร์เจนไตน์ที่ถิ่นไวท์ ฮาร์ท เลนถ้าหากโปเช็ตติโน่ไม่เปลี่ยนแปลงบทบาท ก็ไม่แน่ว่าอัลลี่บางทีอาจเป็นมิดฟิลด์ตัวกลางธรรมดาๆคนหนึ่ง คิดเฉพาะซีซั่นนี้ อัลลี่เค้นผลงานอันน่าแปลกในฐานะผู้เล่นตำแหน่งตัวรุก ซัดไปแล้ว 16 ประตู 5 แอสซิสต์ เทียบเท่ากับ เซร์คิโอ อเกวโร่ ''กุน'' มากกว่า เอแด็น อาซาร์
ดาวเตะเชื้อสายไนจีเรียผู้นี้ถนัดเท้าข้างขวา เริ่มต้นสายอาชีพกับสเปอร์ส ด้วยตำแหน่งมิดฟิลด์ตัวกลางคู่กับ เอริก ดายเอ้อร์ ตั้งแต่ซีซั่นก่อน
การประสานงานระหว่างอัลลี่กับดายเอ้อร์ สองสายหน้าแข้งอิงลิชได้รับคำชมเชยจากรอบด้านอย่างล้นหลาม เป็นการจับคู่ที่ใช่ ทั้งสองคนเกื้อซึ่งกันและกัน
แต่ว่าต้องยอมรับว่าการถูกผลักดันให้ทำหน้าที่ยืนสูงยิ่งกว่าเดิม มันเป็นบทบาทที่เหมาะสมที่สุดของเด็กหนุ่มวัยห้าวเป้งที่ชื่ออัลลี่
ไม่ว่าโปเช็ตติโน่จะมาหมากไม้ไหน 4-2-3-1 หรือ 3-4-2-1 ไม่ใช่ปัญหาสำหรับอัลลี่ เพราะว่าเขาเล่นตรงไหนก็ได้ทั้งตรงกลางหรือถ่างออกไปยืนขอบเส้นข้างๆ ไม่เคยมีคำว่าขาดเสถียรอัลลี่ยืนสูงมากขึ้น ไม่ต้องล้วงบอลต่ำเหมือนเดิม ยิ่งทำให้เขาสร้างคุณลักษณะเด่นให้ตนเองในหัวข้อการยิงประตู ความน่าสะพรึงกลัวของสเปอร์สก็เพิ่มทวีคูณ เพราะว่าสามารถบีบคั้นคู่ต่อสู้บริเวณหน้ากรอบเขตโทษได้ต่อเนื่องแล้วก็มีอานุภาพรุนแรงที่สุด ต้องดูโปเช็ตติโน่ที่กล้าปรับเปลี่ยนแท็กติกยืดหยุ่นตามเหตุการณ์ที่เจอ

แต่ว่าเหนือสิ่งอื่นใด อัลลี่เป็นคนที่ควรจะเทิดทูนยกย่อง เพราะว่าเขาไม่เคยหยุดที่จะพัฒนาตนเอง ทำความเข้าใจอยู่เสมอ เติมคุณลักษณะเด่น ลบจุดบกพร่อง
การผนึกกำลังของอัลลี่กับ คริสเตียน เอริคบวงสรวง ในบทบาทเพลย์เมกเกอร์สุดกำลัง ต่อให้สเปอร์สไม่ใช่ทีมที่ครอบครองบอลหรือผ่านบอลแม่นสูงสุด แต่ว่าพวกเขาครอบครองจ่าฝูงสำหรับสถิติการหาจังหวะเข้ามากสุดอาจจะไม่ต้องบอกต้นเหตุนะครับว่าทำไม ?
โปเช็ตติโน่เป็นที่ปรึกษาที่เก่ง รู้การใช้งานลูกน้องดูเหมือนจะทุกคนอย่างมีประสิทธิภาพ เขาสร้างให้สเปอร์สมีหมัดเด็ดหรือทีเด็ดในการเข้าทำ
จากการวางตัวอัลลี่ที่ต้องเล่นราวกับกองหน้าคนลำดับที่สอง เน้นการเติมเข้าไปในกรอบเขตโทษ สบหาช่องว่างในการผ่านบอลหรือยิงประตูนี่แหละ
บทบาทของอัลลี่สำหรับแดนกลางซึ่งถือเป็นจุดยุทธศาสตร์ที่ชัยชนะ นับว่ามีความสลักสำคัญไม่แพ้ตัวโฮลดิ้งบอลหรือคุมจังหวะเกม เพราะว่าหากกองหลังคู่ต่อสู้ไม่ทันระวังก็มีสิทธิ์เจอหายนะได้ทุกครั้ง ความรับผิดชอบของอัลลี่ดูเหมือนจะง่าย แต่ว่าเอาเข้าจริงไม่ง่ายเลยต้องมีความพอดีจากการเชื่อมเกมตำแหน่งต่อตำแหน่ง วิ่งมั่วนิ่มขณะใดก็จบเห่ หากจะไม่แน่ใจจะยิงประตูอย่างเดียวก็มิได้อีกหากสถิติเชิงลึกส่วนตัวนักเตะคนนี้ในพรีเมียร์ลีก อังกฤษ (ก่อนอายุ 21 ปี) จะพบว่า ผลงานของเขาดีขึ้นเรื่อยๆก้าวไปด้านหน้าอย่างแข็งแกร่งอัลลี่ (63) ลงเล่นจำนวนนัดน้อยกว่าแลมพาร์ด (84) แต่ว่ามีเร็กคอร์ดยิงประตู แอสซิสต์ แล้วก็มีส่วนร่วมในการได้ประตูมากกว่า 26, 14, 40 ต่อ 10, 5, 15 ตามลำดับหรือกับเจอร์ราร์ดในวัยเดียวกัน (74 นัด) ยังยิงประตูได้แค่ 8 ทำทาง 5 มีส่วนร่วมได้ประตูแค่ 13 กล่าวได้ว่าทุกจังหวะทุกส่วนร่วม อัลลี่ได้น้ำได้เนื้อมากกว่าดาวเตะรุ่นพี่ในตำแหน่งกองกลางร่วมกันยี่ห้อของอัลลี่ทำได้ดีต่อเนื่องอยู่แล้ว จากจังหวะทำประตู อาศัยช่องว่างตอนที่กองหลังใจลอยไม่มีสมาธิพอเพียง ก่อนรีบวิ่งไปสู่เขตโทษ แล้วก็ยิงประตูง่ายๆไม่ซับซ้อนหรือเล่นท่ายาก
บริเวณเส้น 18 หลา อัลลี่ถือเป็นนักเตะที่เคลื่อนที่ได้ดีเนียนตาขึ้น บางทีอาจจะมองขัดหูขัดตาในช่วงแรก การสอดเข้าไปทำประตูในกรอบเขตโทษ การเป็นตัวฟรีมีอิสระเกมรุกที่เยี่ยมยอด แปลงเป็นนักเตะที่สร้างแคแรกเตอร์ตนเองแจ่มแจ้ง
ตราบจนกระทั่งประตูสุดสวยที่ยิงใส่วัตฟอร์ดเมื่อวันเสาร์ก่อนหน้านี้ที่ผ่านมา รับรองนักเตะคนนี้กับมิติหลายกว่าทำสกอร์ในรูปแบบเดิมๆที่เราคุ้นตากันใช่ครับ สมัยก่อนดาวเตะเอ็มเค ดอนส์ มีอนาคตไกลแน่ๆไม่ต้องมีความไม่วางใจสงสัยใดๆแต่ว่าก็ใช่ว่าจะไม่มีจุดอ่อนให้พูดถึง
อัลลี่มีเส้นกราฟที่ดีวันดีคืนภายใต้การดูแลดูแลของคุณครูโปเช็ตติโน่ เสียงวิจารณ์เรื่องการควบคุมอารมณ์แล้วก็การปฏิบัติห่ามๆบางสิ่งถูกกลบลงจนถึงไม่กระเด็นเข้าหูอีกเลย
ในวันที่อัลลี่โดนคำด่าว่าจากรอบด้านทำร้าย โปเช็ตติโน่ยืนอยู่เคียงข้างเสมอ คอยเดินกอดคอให้กำลังใจ ต่อให้เขาจะโดนคนอื่นต่อว่าต่อขาน โอ๋ลูกทีมมากเกินเช่นไร แต่ว่าผลงานวันนี้มันพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าเขาทำในสิ่งที่ถูก
อัลลี่เป็นนักเตะที่เชื่อมั่นในตัวเองสูง ขมักเขม้นเพื่อชัยชนะ รังเกียจความปราชัย แต่ว่าก็จะต้องได้รับการเลี้ยงดูปูเสื่อในวิถีที่ถูกแล้วก็สมควร ซึ่งโปเช็ตติโน่ก็ทำมันเสร็จอย่างน่าเชิดชูคงเหลืออยู่การผ่านบอลสร้างจังหวะที่ถูกต้องแค่เรื่องเดียวที่อาจจะต้องปรับแก้อีกเล็กน้อย
อีกนั่นแหละ ตั้งแต่แมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2015 จนถึงวันนี้ ผ่านมาเพิ่งจะครบ 2 ปีเศษๆความเจริญมีให้เห็นได้ชัดเจน เขาไม่ใช่ผู้ไม่รู้ประสีประสาอีกต่อไป เพิ่มระดับมาตรฐานตนเองได้ดีทีละนิดทีละเล็กละน้อย รอคอยตราบจนกระทั่งจะเป็นนักเตะกองกลางของอังกฤษที่เพอรต์ที่สุดเท่าที่เคยมีมาบนหน้าประวัติศาสตร์

||}

ต่อเนื่องล่าสุดประชุมเตรียมเฟ้นหาผู้ช่วยผู้ฝึกสอนชาวไทยในชุดเยาวชนเพื่อเป็นในทิศทางเดียวกัน ส.บอล เดินหน้าดำเนินงานร่วมกับ เอ็คโคโน สม่ำเสมอล่าสุดสัมมนาตระเตรียมเฟ้นหาผู้ช่วยครูฝึกชาวไทยในชุดเยาวชนเพื่อเป็นในแนวทางเดียวกัน วันที่ 7 ม.ย. 2560 เวลา 13.30 น.ในห้องที่ใช้ในการประชุม War Elephant สำนักงานชมรมกีฬาที่เมืองไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ ได้มีการสัมมนาปรึกษาหารือและขอคำแนะนำและก็วางแผนดำเนินงานระหว่างชมรมกีฬาบอลที่เมืองไทยฯ และก็บริษัท เอควัวโน การบูชายัญอด ซอคเกอร์ เซอร์วิส เพื่อให้การทำงานระหว่างชมรมฯ และก็ บริษัท เอควัวโน สอดคล้องและก็ไปในทำนองเดียวกัน การสัมมนาคราวนี้ประกอบไปด้วย พล.ต.อ. สมตำแหน่ง พุ่มประเภทม่วง นายกชมรมฯ, คุณวิทยา เลาหกุล ประธานข้างปรับปรุงแนวทาง,คุณธนะศักดา สุระวิเศษ อุปนายกข้างติดต่อหน่วยงาน, คุณพาทิศ ศุภะดงษ์ รองเลขาธิการข้างต่างประเทศฯ และก็โฆษกชมรมฯ, มร. เบนจามิน ตัน ผู้อำนวยการข้างคลับไลเซนสิง และก็ผู้แทนจากข้างแนวทางชมรมกีฬาที่เมืองไทยฯ ร่วมสัมมนากับ มร. มิเกล เฟอรโร บาปการบริหาร บริษัท เอควัวโน การบูชายัญอด ซอคเกอร์ เซอร์วิซ, มร.ฆูเลียน มาริน บาซาโล หัวหน้าครูฝึกทีมชาติไทย รุ่นไม่เกิน 21 ปี และก็ มร.ซัลบาดอร์ บาเลโร การย หัวหน้าครูฝึกทีมชาติไทย รุ่นอายุไม่เกิน 14 ปี ภายหลังจากการสัมมนา คุณวิทยา เลาหกุล ประธานข้างปรับปรุงแนวทางชมรมกีฬาบอลที่เมืองไทยฯ พูดว่า “ขั้นตอนแรกพวกเราจะต้องวางโปรแกรมให้กับทาง เอควัวโน ต่อจากนั้นจะคือเรื่องของการเลือกสรรผู้ช่วยครูฝึก ซึ่งพวกเราจะใช้ผู้ช่วยครูฝึกที่เป็นคนประเทศไทย ในตอนนี้มีครูฝึกมาสมัครเยอะแยะ ซึ่งพวกเราจะให้ทาง เอควัวโน สัมภาษณ์ผู้สมัครเองทั้งสิ้น ผมรู้สึกว่าครูฝึกที่เข้ามาดำเนินงานกับพวกเราจะได้ประโยชน์และก็ส่งผลดีต่อบอลไทยด้วย โค้ชแต่ละคนที่เข้ามาดำเนินงานตรงนี้จะต้องสามารถดำเนินงานเต็มเวลา และก็มีความสามารถทางภาษา สามารถติดต่อภาษาอังกฤษได้” “ต่อจากนั้นในตอนต้นปี 2561 พวกเราจะเริ่มคัดเลือกผู้เล่นเยาวชนที่แก่ระหว่าง 12-17 ปี เข้าไปอติดอยู่เดมีของชมรมบอลฯ เมื่อได้นักเตะพวกเราจะมีการฝึกฝนแบบขมักเขม้น ทั้งนี้พวกเราจะต้องดำเนินงานร่วมกับเอควัวโน และก็สโมสร เพื่อจะได้ทำงานด้วยกันได้อย่างเป็นระบบ เป็นการพัฒนาบอลร่วมกัน พวกเราอาจให้นักเตะจากสโมสรมาซ้อมกับพวกเราอาทิตย์ละ 2-3 ครั้ง ก่อนที่จะให้กลับไปสโมสร ตรงนี้ถือว่าเป็นงานที่ท้าทายมากสำหรับผม เพราะว่าพวกเราจะเริ่มสร้างนักเตะใหม่และก็ใช้นักเตะที่มีอยู่ในสโมสรมาทำงานด้วยกัน ผมเองจึงควรพาคณะทำงานจากเอควัวโน ไปทำความรู้จักกับทุกสโมสรด้วย

ท้ายที่สุด บาสเตียน ชเหล้าองุ่นสไตเกอร์ ก็ยอมแพ้แล้วครับผม

"ยอมแพ้" ในความหมายของผม เป็นไม่สู้ต่อ – สู้เพื่อที่จะเอาชนะดวงใจของ โชเซ่ มูรินโญ่ ให้ต้องได้ หลังจากมานะพยายามมานานราวๆ 8 เดือน ท้ายที่สุดเขาก็ยอมยอมแพ้แล้วถอดเครื่องแบบปีศาจร้ายแดงทิ้งเอาไว้ เพื่อไปค้าลำแข้งในสมรภูมิลำแข้งของดาวเตะที่ใกล้ปลดจากประจำการอย่าง เมเจอร์ ลีก ซอคเก้อร์ ในเมืองลุงแซมดีมากกว่า

นับจากย้ายออกมาจากถ้ำเสือ เมื่อ 2015 บาสเตียน ชเหล้าองุ่นสไตเกอร์ ลงเล่นให้ แมนฯ ยูไนเต็ด ทั้งผองเพียง 35 นัดหมาย (ทุกรายการ) โดยได้ลงเล่นเป็นตัวจริง 22 นัดหมาย ทำได้ 2 ประตู
ถ้าเกิดนับเฉพาะในพรีเมียร์ลีก พี่แกลงเล่นไปทั้งผอง 18 นัดหมาย โดยออกสตาร์ทเป็นตัวจริง 13 นัดหมาย ซึ่งทั้งผองเกิดขึ้นในช่วงที่ แมนฯ ยูไนเต็ด มีผู้จัดการกลุ่มชื่อ หฝ่าส์ ฟาน กัล นายเก่าของเขาสมัยอยู่ร่วมกันที่ถ้ำเสือ

สำหรับฤดูกาลนี้ ดาวเตะที่เพื่อนฝูงๆเรียกว่า "บาสตี้" ไม่เคยลงเล่นในพรีเมียร์ลีกเลยสักครั้งเดียว แถมได้ลงตัวจริงเพียงแค่ 1 นัดหมาย ในเอฟเอ คัพ นอกจากนี้ได้ลงเป็นตัวสำรองในบอลถ้วยอย่าง เอฟเอ คัพ, ลีก คัพ รวมทั้งยูโรปา ลีก อีกอย่างละ 1 ครั้งเท่านั้น

เรียนตามจริงว่า "พ่อก็ไม่เข้าใจตุ้ม" เหมือนกันว่าเพราะอะไรรวมทั้งเพราะอะไร ที่ปรึกษาจอมถือตัววัย 54 กะรัตถึงไม่ยินยอมใช้บริการของ บาสเตียน ชเหล้าองุ่นสไตเกอร์

เฉพาะอย่างยิ่งในตอนนี้ที่ แมนฯ ยูไนเต็ด จำเป็นต้องเจอกับศึกหนักรอบด้าน มิหนำยังมีผู้เล่นสำคัญที่ทั้งบาดเจ็บรวมทั้งติดโทษแบน โดยในม.ย.เพียงเดือนเดียว พวกเขาจำเป็นต้องลงเล่นอย่างซอกซอยยิกๆๆๆๆถึง 9 นัดหมาย

ย้ำอีกทีว่าในเดือนหน้า พวกพ้องปีศาจร้ายแดงจำเป็นจะต้องลงในสนามถึง 9 นัดหมาย ด้านในเวลาแค่ 30 วัน แสดงว่าจำเป็นต้องลงในสนามเฉลี่ย 3 วัน ต่อ 1 นัดหมาย เรียกว่าเตะกันให้ตายหงส์ตายห่านกันไปข้างเลยทีเดียว

แทนที่จะเปิดโอกาสอดีตกาลดาวเตะของ บาเยิร์น มิวนิค ผู้นี้ได้ลงไปช่วยกลุ่มบนฟลอร์ต้นหญ้า พ่อใหญ่ที่ โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด คนตอนนี้กลับยอมปล่อยเขาออกจากกลุ่มแบบไม่สะทกสะท้านซะแบบนั้น!

ถามคำถามว่าเพราะอะไร โชเซ่ มูรินโญ่ ถึงทำเป็นเย็นชาใส่ดาวเตะผู้นี้?

แน่ๆครับว่าทั้งฟอร์มการเล่นรวมทั้งสภาพร่างกายของ บาสเตียน ชไวนสไตเกอร์ รวมทั้งท้องนาต่อนี้ไปย่อมไม่เสมือนขณะที่เป็นจอมทัพกับกลุ่มเสือใต้

เพราะถ้ายังดังเดิม ยืนยันได้ว่า บาเยิร์น มิวนิค ไม่มีทางปล่อยออกจากกลุ่มหรอก เพราะกลุ่มนี้เป็นกลุ่มที่ขี้หวงโภคทรัพย์ครับ ถ้าไม่หมดสภาพหรือหมดคุณประโยชน์จริงๆได้โปรดอย่าหวังว่าจะบุกไปดึงนักเตะออกมาจากพวกเขา ดูตัวอย่าง โอเว่น ฮากรีฟส์ นั่นอย่างไร ปล่อยออกมาได้ราคาดีซะด้วย แต่ แมนฯ ยูไนเต็ด เอามาใช้งานได้เพียงฤดูกาลเดียวก็หมดอายุในทันที จำเป็นต้องส่งเข้าโรงซ่อมแล้วไม่ยินยอมออกมาอีกเลย

ซะมีของ อท้องนา อิวาโนวิช สุดยอดนักเทนนิสที่สวย มากมายพูนด้วยเสน่ห์ น่ารัก รวมทั้งแสนดีอาจไม่ใช่สุดยอดดาวเตะคนเดิม แถมพ้นจุดน้ำกระฉูดแตกของตนเองไปและจากนั้นก็จริง กระนั้นก็ยังพอเพียงมีเหลี่ยมบอล รวมทั้งความเจนจบที่ช่วยให้เอาตัวรอดได้สบายๆแม้จะอยู่ในสมรภูมิลำแข้งที่ระห่ำโคตรโหดเหี้ยมไม่กรุณาคนใดกันอย่างพรีเมียร์ลีกก็ตาม

อายุอานามก็ยังไม่นับว่าล้นหลามอะไร เพิ่งจะ 32 ขวบเพียงเท่านั้น อ่อนปีกว่าผู้เล่นในตำแหน่งเดียวกันอย่าง ไมเคิ่ล คาร์ริค ที่ได้ลงเล่นบ่อยๆตั้ง 4 ปี

ถ้า ไมเคิ่ล คาร์ริค ยังเล่นได้สบายๆบาสเตียน ชเหล้าองุ่นสไตเกอร์ ก็เล่นได้ครับ แถมอาจเล่นได้ดีกว่าด้วยซ้ำ มันเป็นสมการง่ายๆที่สามารถเห็นได้ด้วยตาเปล่า

นั่นแปลว่ามันควรมีเงื่อนงำอะไรบางอย่าง หรือไม่ โชเซ่ มูรินโญ่ ก็คงควรมีอคติกับสมาชิกคนนี้อย่างหนัก ก็แค่ไม่เคยเปิดเผยออกมาในที่สาธารณะจนประชาชนก็ได้แต่คาดเดากันไปต่างๆนานา ซึ่งท่านผู้ชมทางบ้านอย่างไอ้กระผมก็ขี้เกียจที่จะทายใจครับว่ามันทำไมกันแน่

ที่แน่นอนเป็นความประพฤติปฏิบัติของ โชเซ่ มูรินโญ่ มันชัดแจ้งว่าเขาไม่ไว้ใจในตัว บาสเตียน ชเหล้าองุ่นสไตเกอร์ ซึ่งตรงกันข้ามกับสายตาของคนส่วนใหญ่

พินิจจากการส่งดาวเตะผู้นี้ลงในสนาม – ทั้งผองจะเป็นเกมที่เจอกับคู่ปรปักษ์ในวรรณะต่ำกว่าจากลีกที่ต่ำกว่า โดยไม่มีเกมสำคัญที่มากด้วยความหมายเลยสักนัดหมายเดียว

มันยังไม่ใช่แค่นี้

เป็นกว่าจะได้ลงเป็นตัวสำรองแต่ละครั้ง แมนฯ ยูไนเต็ด มักจะนำห่างคู่ปรปักษ์แบบกินขาดไปแล้วด้วย ซึ่งจะว่าไปมันก็ย้อนแย้งกันพอสมควร

เพราะในขณะเดียวกับที่ "เฮียบาส" ถูกเย็นชา "มูมู่" กลับให้อภิสิทธิ์ผู้เล่นวัย 35 ขวบ อย่าง ซลาตัน อิบราฮิโมวิช ทั้งที่ยังไม่ตายตัวจริงโดยอัตโมมัต แถมไม่เคยถูกเปลี่ยนตัวออก

คิดและจากนั้นก็น่ารู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจแทนเจ้าตัวเหมือนกันครับผม ขนาดถูกผู้เป็นเจ้านายมองข้ามความรู้ความเข้าใจพลางส่งลงไปซ้อมกับกลุ่มชุดเล็กเสมือนกลั่นแกล้ง แต่พี่เอ็งยังพากเพียรฝึกอย่างต้องหนัก โดยไม่เคยออกมาพร่ำบ่นหรือออกอาการรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจ

ขนาดไม่มีชื่ออยู่ในกลุ่มก็ยังอุตส่าห์เดินทางมาเชียร์เพื่อนฝูงร่วมกลุ่มที่สนามทุกนัดหมาย ซึ่งมันผิดวิสัยของผู้เล่นระดับซูเปอร์สตาร์อีโก้สูงทั้งหลายแหล่ที่คิดว่าตัวเองดีแบบเต็มที ลองเจออย่างงี้เข้าไป ยืนยันได้เลยว่าออกอาการเอาใจออกห่างพลางขอลงบัญชีย้ายกลุ่มรวมทั้งกระโจนถีบตูดตัวเองออกไปนานแล้ว

แต่ท้ายที่สุดเมื่อทำทุกสิ่งทุกอย่างแล้วมันไม่มีอะไรดีขึ้น เปรียบเทียบเสมือนเจอหินก้อนใหญ่มหึมา ต่อให้ผลักยังไงก็ไม่มีทางขยับเขยื้อน ถ้าเกิดฝืนผลักต่อไปก็มีแต่จะเสียพลังงานรวมทั้งเสียเวล่ำเวลาไปเปล่าๆ"บาสตี้" ก็เลยเลือกที่จะเดินจากไปแบบโก้ๆเสมือนผู้แสดงนำชายมิวสิควิดีโอสมัยก่อนครับ แถมเลือกไปในจังหวะที่ แมนฯ ยูไนเต็ด กำลังเดินหน้าพุ่งเข้าชนศึกหนักจากรอบทิศทางซะด้วย

ว่าแล้วขอพูดตรงไปตรงมาครับผม

ฟอร์มการเล่นในสนามรวมทั้งผลงานที่ บาสเตียน ชเหล้าองุ่นสไตเกอร์ ทิ้งเอาไว้ในเครื่องแบบปีศาจร้ายแดงตลอดเวลาเกือบจะ 2 ฤดูกาลก่อนหน้านี้ที่ผ่านมา ถ้าว่ากันจริงๆมันก็ไม่ถึงกับน่าจดจำอะไรล้นหลาม เพียงแค่เอาตัวรอดได้แบบไม่มีข้อผิดพลาดอย่างน่ารังเกียจ เท่าที่จำได้เป็นมีส่วนช่วยให้ แมนฯ ยูไนเต็ด เอาชนะ วัตฟอร์ด ในนาทีท้ายที่สุด รวมทั้งการทำประตูแชมป์พรีเมียร์ลีกอย่าง เลสเตอร์ เมื่อฤดูกาลที่แล้ว – อย่างหนึ่ง เพราะอาจได้ลงไปสับตีนบนลานหยุดต้นหญ้าน้อยไปหน่อย อีกทั้งไม่ได้ลงเล่นโดยตลอด มิซ้ำยังมักถูกอาการบาดเจ็บลักพาตัวไปอีกต่างหาก

แต่ "เฮียบาส" กลับเป็นที่ชื่นชอบของบรรดา "เด็กผี" ทุกกลุ่มเหล่า เรียกว่าอยู่ในระดับขวัญใจวัยรุ่นเลยทีเดียว

นั่นคงจะเพราะท่าทางที่สง่างาม + ภาพพจน์ที่เป็นสุภาพบุรุษ + ทรรศนะคติที่เยี่ยมยอด + ความเป็นมืออาชีพ รวมทั้งที่สำคัญเป็นเป็นผู้เล่นในอุดมคติที่ผู้อุทิศวิญญาณให้ปีศาจร้ายแดงอยากได้มาร่วมกลุ่มแบบสุดฤทธิ์สุดเดช ก็แค่กว่า บาเยิร์น มิวนิค จะยอมปล่อยตัวปล่อยใจมาที่โรงแสดงละครที่ความฝัน พี่แกก็ล่วงเลยจุดสุดยอดของตนเองไปเรียบร้อย

ในเมื่อพิสูจน์ตัวเองให้ผู้เป็นเจ้านายยอมรับในความพากเพียรไม่ได้ แสดงว่าเกมนี้เขาเป็นผู้แพ้แบบเป็นรูปธรรมครับผม

ก็แค่ในความเป็นผู้แพ้นั้น เขาสามารถเอาชนะดวงใจของแฟนบอลของปีศาจร้ายแดงได้อย่างกินขาด เมื่อถึงวันที่จำเป็นต้องแยกทางกันก็เลยมีแต่ความทรงจำที่ดีๆเหมือนกันกับที่มีเพียงแต่คนคิดถึงพลางมอบคำชื่นชมยินดี…ขอให้โชคดี

เริ่มต้นด้วยปริศนาที่ว่า แฟนบอลอาร์เซน่อลมีสิทธิ์ต่อต้านให้เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในชมรมไหม เห็นรวมทั้งสัมผัสได้ถึงกระแสต่อต้านที่เกิดขึ้นใน สแตมฟอร์ด บริดจ์ แล้วนี่ไม่ใช่คราวแรกการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่อาจจะหมายความได้อย่างเดียวคือ ผู้จัดการทีมถ้าเกิดพูดถึงเรื่องสิทธิ อันนั้น่ะมีแน่ แต่ว่าถ้าเกิดพ่วงเรื่องของความเหมาะสมเข้ามารวมด้วยมันถึงน่าไตร่ตรอง
พูดตรงๆก่อนเกมที่ อาร์แซน เวนเกอร์ จะนำทีมไปเยี่ยม สแตมฟอร์ด บริดจ์ ช่องทางที่ผู้ใดจะเป็นผู้ชนะ คนไม่ใช่น้อยไม่เว้นแม้กระทั้งแฟนปืนเองอาจจะยอมรับว่าคำตอบคือ เชลซีแรกเริ่ม อาร์เซน่อล เองก็มีสถิติการเจอกับเชลซีที่ไม่ค่อยงามอยู่แล้วโดยเฉพาะในตอนหลัง นี่ยังเป็นการเจอกันในตอนที่เหตุการณ์ทุกอย่างเป็นใจให้เจ้าถิ่นหมด นอกจากว่านี่เป็นการเตะที่ สแตมฟอร์ด บริดจ์ภาวะทีมครบกว่า ในเวลาที่อาร์เซน่อล กองกลางขาดยวบยาบ ภาวะจิตใจ เชลซี กำลังคึกรวมทั้งมั่นอกมั่นใจเต็มที่ ส่วนอาร์เซน่อล เพิ่งแพ้วัตฟอร์ดค้างบ้าน เกิดกลุ่มคำ Typical Arsenal หรือ Same old Arsenal
แม้ไม่ถือว่านี่เป็นลอนดอน ดาร์บี้ ที่อาจมีปัจจัยที่ไม่เห็น ประเภทเกียรติยศที่ค้ำคออยู่ บางทีอาจทำให้ทีมด้อยกว่างัดพลังแอบแฝงออกมาใช้ถ้าเกิดเป็นอย่างที่ว่าอาจจะสนุกกว่าคำตอบที่ออกมา แต่ว่าจนแล้วจนรอด อาร์เซน่อล ก็ไม่มีพลังแอบแฝงอะไรก็แล้วแต่จะชี้ให้เห็นนี่มันสะท้อนความจริงน่าวิตกกังวลที่ว่า อาร์เซน่อล ไม่เคยชนะทีมท็อป 6 ร่วมกันเลยเมื่อต้องออกไปเป็นทีมเยี่ยม 22 นัดหมายเข้าไปแล้ว สถิตินี้รวมเอาแพ้ 15 รวมทั้งเสมอ 7 เข้าไว้ร่วมกันเรื่องของภาวะทีมก็เรื่องหนึ่ง การเหลือมิดฟิลด์ตัวกลางแท้ๆเพียงผู้เดียวคือ ฟร็องสิส ก็อกโกแล็ง ทำให้ เวนเกอร์ ต้องคิดในการจัดทีม แต่ว่าที่ไม่ควรมองข้ามคือเรื่องของภาวะจิตใจ ภาษาบ้านๆอาจจะต้องพูดว่า "โดนแล้วยุบ" เป็นมวยคือโดนหมัดแล้วออกอาการ
เกมที่เต็มไปด้วยความหมาย ทั้งเรื่องของคะแนน รวมทั้งเกียรติยศอย่างงี้ ใจต้องนิ่ง ต้องเข้มแข็ง ไม่งั้นจะก่อความผิดพลาดพลลาดขึ้นแน่ซึ่งก็แน่ล่ะว่าถ้าเกิดพลาดในเกมระดับนี้ ช่องทางโดนลงโทษมีสูงมาก ให้บังเอิญกว่านั้น เชลซี ของ คอนเต้ คือผู้ที่มีความเชี่ยวชาญด้านนี้แนวรับที่ขาดความนิ่ง รวมทั้งเด็ดขาด โดนฝังกลบจากความผิดพลาดแบบไม่น่าเชื่อของ ปีเตอร์ เช็ก ที่เปิดบอลมาเข้าทาง เชส ฟาเบรกาส แบบดื้อรั้นๆนำมาซึ่งประตูที่ 3 ของเชลซี มิหนำซ้ำ นักฟุตบอลตัวเก่ง แข้งความมุ่งหวังของ อาร์เซน่อล ยังคงตีนบอด ปืนฝืดเหมือนเคยเมื่อเป็นเกมใหญ่ ทั้ง อเล็กสิส ซานเชซ รวมทั้ง เมซุต โอสิลตรงกันข้ามกับของเชลซี ไม่ว่าจะเป็น ดีเอโก้ คอสต้า, เปโดร รวมทั้ง เอแด็น อาซาร์ สามารถสร้างความไม่เหมือนให้ทีมได้โดยเฉพาะ อาซาร์ ที่มักเล่นดีเสมอเมื่อเป็นเกมใหญ่ นัดหมายนี้จังหวะโซโล่ประตู 2-0 ช็อตเดียวก็เพียงพอแล้วที่ทำให้คว้า แมน ออฟ เดอะ แม็ทช์ ไปครอบครองภาวะจิตใจสู้ไม่ได้ แล้วยังมาพบแท็กติกของ คอนเต้ เล่นงานอีก
การให้สัมภาษณ์หลังเกมของ เวนเกอร์ ยังเริ่มต้นด้วยคำที่ว่า พวกเราออกสตาร์ทก้าวหน้า ครอบครองบอลได้ แต่ว่าฉกฉวยโอกาสมิได้ ต่อจากนั้นก็โดนลงโทษ โดยเชลซี ทีมที่ตั้งยอมรับได้ดี รวมทั้งสวนกลับอันตราย พวกเขาเก่งหัวข้อนั้นอยู่แล้วในเมื่อ เวนเกอร์ รู้ว่าเชลซีเก่งเรืองการเคาน์เตอร์แอ็ทแท็ก เพราะอะไรไม่คิดแผนมาแก้ลำ ? เขามีแผนสำหรับการอื่นไหม เว้นแต่ 4-2-3-1 ที่แค่แก้ไขปัญหาด้วยการใส่ อ็อกซ์เลด แชมเบอร์เลน ไปเล่นในตำแหน่งที่ไม่ถนัดอย่างมิดฟิลด์ตัวกลาง เพราะว่าขาดคน
เวนเกอร์ เคยมีวิธีการเล่นแบบอื่นหรือเปล่า ในการพบคู่ปรับที่ต่างกัน อาร์เซน่อล ยังคงแอพโพรชเกมด้วยวิธีที่เช่นกันทุกนัดหมายใช่ ถ้าเกิดนักฟุตบอลอยู่กันครบ มันก็อาจจะเป็นอีกหัวข้อ แต่ว่าในเมื่อกำลังหลักหายไป เพราะอะไรไม่มีแผนสำหรับการการสำรองไม่ต้องการเปรียบเทียบให้ช้ำใจเล่น แต่ว่า อันโตนิโอ คอนเต้, โชเซ่ มูรินโญ่ รวมทั้ง เมาริสิโอ โปเช็ตติโน่ ยังเรียนรู้จากความผิดพลาด กล้าทดลองแปลงวิธีมาแล้วทั้งนั้นในฤดูนี้ กองกลางที่คาดว่าจะเป็นข้อด้อย เพราะว่าเหลือ ก็อกโกแล็ง ผู้เดียวก็เป็นข้อด้อยจริงๆมาติช กับ ก็องเต้ เอาชนะในพื้นที่ยุทธศาสตร์ได้หมด
ยิ่งกับ ก็องเต้ ที่นับวันจะยิ่งโชว์ฟอร์มสะดุดตา เขาคือส่วนสำคัญของเลสเตอร์ปีที่แล้ว รวมทั้งปีนี้ก็กำลังจะช่วย เชลซี ให้บรรลุเป้าหมายเหมือนกัน

เวนเกอร์ เพิ่งออกมาบอกว่า ใช่ เขาเคยอุตสาหะซื้อ ก็องเต้ ถึง 2 ครั้ง ตั้งแต่ยังเล่นในฝรั่งเศส รวมทั้งซัมเมอร์ก่อนหน้านี้ สดๆร้อนๆปริศนาที่ตามมาคือ เพราะอะไรไม่จับตัวได้ ? ถ้าเกิดตามซื้อตั้งแต่ตอนอยู่ในฝรั่งเศสจริง เพราะอะไรปล่อยให้ เลสเตอร์ จับตัวได้ไปด้วยราคาถูก นอกจากเขายังบอกอีกว่า เมื่อคุณมองเห็นจุดหมายปลายทางของเขา ตอนย้ายออกจาก เลสเตอร์ คุณก็ทราบเลยว่าเพราะอะไรหมายความว่า เชลซี น่ะเป็นทีมที่ให้เงินเยอะกว่าหรือ ? ผู้รายงานข่าวอุตสาหะถามเจาะเขาบอกว่า คุณชี้แจงทุกอย่างในเรื่องตลาดนักฟุตบอลมิได้ทั้งหมดทั้งปวงหรอกก็น่าไตร่ตรองว่าเพราะว่าเสียน้อยเสียยาก เสียมากเสียง่ายหรือเปล่า ถ้าเกิดเป็นเรื่องเงินจริงๆ
ที่ สแตมฟอร์ด บริดจ์ ก็องเต้ ได้ค่าเหนื่อยที่ 110,000 ปอนด์ต่ออาทิตย์ นี่เป็นเพดานค่าจ้างรายเดือนที่ อาร์เซน่อล ไม่ยอมจ่ายแน่ เพราะว่าดาวดังอย่าง โอสิล กับ อเล็กสิส ยังรับที่ 140,000 ปอนด์เท่านั้น
กลับกลายเป็นว่า เวนเกอร์ เลิอกซื้อ กรานิต ชาค่า เข้ามาแทน โดยรับน้อยกว่าก็องเต้ 2 หมื่นปอนด์ต่ออาทิตย์ แต่ว่าผลงานระหว่างสองคนอาจจะไม่ต้องเปรียบเทียบให้มากเรื่องมากความ
อ๋อ เดี๋ยวนี้อีกอย่างที่ไม่ต้องมากเรื่องมากความคือช่องทางลุ้นแชมป์ของ อาร์เซน่อล เมื่อห่าง 12 แต้มอย่างงี้ เว้นแต่ตนเองจะโบกมืออำลาไปอีกปีแล้ว ก็เกือบจะเป็นการชูแชมป์ให้ทีมของ คอนเต้ ไปพร้อมๆ กันเลย โชคร้าย เมื่อย้อนกลับไปมองดูว่าตอนแรกฤดู เหตุการณ์มันตรงกันข้ามเลยเชลซี น่าจะเป็นบิ๊กทีมทีมแรกที่เกือบจะโดนกาชื่อออกหลังบุกไปโดนยำที่ เอมิเรตส์ 3-0 แบบหมดลายสิงห์
คอนเต้ บอกว่าเขาจำคำกล่าวของตัวเองก้าวหน้า เขาบอกว่าเดี๋ยวนี้ทีมเล่นไม่เป็นทีม ไม่ใช่ทีมที่จะพูดว่ามีลุ้นอะไรได้เลย ก่อนป้ายประกาศว่านักฟุตบอลของเขาต้องชี้ให้เห็นว่าสามารถเล่นด้วยกันเป็นทีมหนักแน่นได้ ซึ่งเดี๋ยวนี้เขาบอกว่ามันเป็นอย่างงั้นแล้ว เชลซีของเขาเป็นอีกทีมไปแล้ว ส่วน อาร์เซน่อล ที่กำลังรุนแรงกลับมาเสีย ซานติ กาซอร์ล่า ส่วนสำคัญแดนกลาง บางช่วงไม่มีเงา เอคตอร์ เบเยริน
กรานิต ชาค่า ก็ขยันทำให้ตนเองติดโทษแบน , แอรอน แรมซี่ย์ เว้นแต่ฟอร์มฝืดและก็ยังเจ็บ ส่วน เอลเนนี่ย์ จะมาติดทีมชาติอะไรขนาดนั้น
ช้ำใจที่สุดคือ เมื่อมองดูจากขุมกำลังมิดฟิลด์ตัวกลางแล้วมันเหลือเฟือ ปล่อย แจ็ค วิลเชียร์ ไปโลดแล่นอยู่กับ บอร์นมัธ อีกไม่ว่าจะเป็นคำกล่าวอ้างใด ทั้งการที่เขาโดนแบนห้ามนั่งคุมทีมข้างสนาม ซึ่งเขายอมรับว่าหงุดหงิดที่สั่งมิได้ดังใจจากบนนู้นทั้งประตูแรกที่เขารับรองว่า เอคตอร์ เบเยริน โดนทำฟาวล์แน่นอน ทั้งการที่เชลซี เล่น รับแล้วโต้ หรือจะเป็นการแสดงความเสียดายกับการชวดตัว ก็องเต้ (เป็นครั้งที่ล้านกว่าได้ นักฟุตบอลหน้าใหม่ที่โล่งเกิดในพรีเมียร์ เวนเกอร์ ต้องให้สัมภาษณ์ว่าเคยจะคิดซิ้อทุกคน) ทุกอย่างรวมกันเข้าก็ไม่อาจจะปกปิดความจริงที่ว่า อาร์แซน เวนเกอร์ จัดแจงสิ่งต่างๆบกพร่องไปหมดได้สื่อบางเจ้าพินิจพิจารณาว่าด้วยผลงานของ อาร์เซน่อล นัดหมายนี้ ทำให้อนาคตของ เวนเกอร์ อยู่บนการเสี่ยงอีกรอบ เสี่ยงที่จะมิได้คำสัญญาใหม่ในซัมเมอร์นี้ดูอย่างกับว่า เวนเกอร์ จะถูกมองดูเป็นแค่นักเคล็ดลับที่ดี มากยิ่งกว่าจะเป็นผู้จัดการทีมที่ดีไปแล้วอย่าลืมว่าคุณกำลังรับผิดชอบชมรมฟุตบอลอาร์เซน่อล
อาร์เซน่อล โดนล้อว่าเป็นแค่ "มิสเตอร์เฮิร์ท มือวางอันดับ 4" มาตลอดหลายปีนี้ ทั้งที่ระดับของอาร์เซน่อลคือทีมต้องลุ้นแชมป์ทุกรายการที่ลงแข่งขันทุกคนยังเขียนจำได้ถึงคุณความดีที่ เวนเกอร์ ทำให้ชมรมมาตลอด การบรรลุผลที่เคยทำให้แฟนอาร์เซน่อลยืดอกได้อย่างภูมิใจ ก้าวขึ้นมากระทบไหล่กับ แมนฯ ยูไนเต็ด สมัยเจริญก้าวหน้า รวมทั้งในยุโรปก็มีแต่ว่าคนเกรงอกเกรงใจ ไม่มีผู้ใดต้องการหือกับอาร์เซน่อลความทรงจำเหล่านั้นไม่มีทางจางหายไปจากใจแฟนปืน แต่ว่าโลกหมุนไป อาร์เซน่อล ของเวนเกอร์ยังย่ำคงที่ ในเวลาที่ทีมอื่นก้าวไปด้านหน้าเพราะอะไรอาร์เซน่อลยังเล่นอย่างเดิมไม่เคยแปลงวิธีการ เวนเกอร์ ยังทำทีมด้วยวิธีเดิมๆรักษานักฟุตบอลหลักเอาไว้มิได้ สุดท้ายก็ไม่อาจจะมีทีมที่หนักแน่นได้อย่างจริงๆจังพลาดท่า

โดยเหตุนั้น ใช่ จากปริศนาในตอนแรกที่ถามคำถามว่า แฟนบอลอาร์เซน่อลมีสิทธิ์ไหมในการต่อต้านให้เกิดการเปลี่ยนแปลง คำตอบคือ ใช่ พวกเขามีสิทธิ์
มันน่าตลก ที่เกมนี้เป็นชัยชนะสวยงามของเชลซี มันทำให้ทีมของ คอนเต้ ใกล้การเป็นแชมป์ขึ้นอีกก้าว แต่ว่าเนื้อหาหนังสือพิมพ์หัวต่างๆกลับให้น้ำหนักกับ อาร์เซน่อล ของ เวนเกอร์ มากยิ่งกว่า
แม้จะเป็นเรื่องที่เราจะพบเห็นกับบทสรุปเดิมๆได้อยู่ดูเหมือนจะทุกปี แต่ว่าทุกคนก็ยังติดภาพที่ว่า อาร์เซน่อล คือทีมลุ้นแชมป์ สื่อให้ความสนใจ

|||||}

ผู้จัดการทีมชาวอาร์เจนไตน์ ยืนยันว่าการที่เคยเป็นทั้งอดีตนักตะและหัวหน้าโค้ชทีมตรานกแก้ว ทำให้เขาไม่มีทางที่จะย้ายไปคุมทัพอาซูลกรานาคู่แค้นร่วมเมืองอย่างแน่นอน

เมาริซิโอ โปเช็ตติโน ผู้จัดการทีมท็อตแนม ฮ็อทสเปอร์ ออกมาเผยว่าเขาจะไม่มีทางย้ายไปทำงานกับบาร์ซาอย่างแน่นอน เพราะด้วยสายสัมพันธ์ที่แนบแน่นกับคู่ปรับร่วมเมืองซึ่งเป็นอดีตต้นสังกัดอย่างอย่างเอสปันญอล

หลังจากที่ หลุยส์ เอ็นริเก้ เทรนเนอร์ขอทีมต่างดาวประกาศลาออกจากตำแหน่งหลังจบฤดูกาลนี้ ทำให้มีการคาดการณ์ถึงผู้สืบทอดตำแหน่งไปต่างๆนานา และหนึ่งในนั้นมีชื่อของผู้จัดการทีมท็อตแนม ฮ็อทสเปอร์ติดโผเข้ามาด้วย โดยไม่นานมานี้มีข่าวลือออกมาว่าเขาได้นัดพบกับ โจเซป มาเรีย บาร์โตเมว ประธานทัพอาซูลกรานามาแล้ว

ล่าสุดเจ้าตัวได้ออกมาให้สัมภาษณ์ว่า เขาไม่มีทางที่จะย้ายไปคุมทีมบาร์ซาอย่างแน่นอน เพราะไม่อาจทรยศต่อสายสัมพันธ์อันดีระหว่างเขากับทีมตรานกแก้วคู่ปรับร่วมแคว้นคาตาลันW88ซึ่งเขาเคยทั้งลงเล่นในฐานะนักเตะถึง 2 ช่วง คือปี 1994-2000 และ 2004-2006 รวมทั้งการเป็นรับบทเป็นผู้จัดการทีมระหว่างปี 2009-2012 ได้ลงคอ

“มันเป็นแค่เรื่องบังเอิญ” โปเช็ตติโน ตอบคำถามเรื่องที่เขานัดเจอกับผู้จัดการทีมของบาร์ซา

“ผมเป็นแฟนบอลเอสปันญอล ผมคิดว่าผมไม่ควรพูดอะไรมากนักหรอกนะ มันคงเหมือนกับถ้าเกิดวันหนึ่ง ดาเนียล เลวี ไล่ผมออกในหลายปีต่อมา สำหรับผมแล้วมันเป็นไม่มีทางที่ผมจะย้ายไปคุมอาร์เซนอลได้เลย”

“สำหรับผมแล้ว ก่อนที่จะมาเป็นผู้จัดการทีมและนักเตะนั้น จำเป็นที่จะต้องมีความซื่อสัตย์ ผมรักเอสปันญอลและตอนนี้ท็อตแนม ฮ็อทสเปอร์ มันเป็นไปไม่ได้แน่นอนที่ผมจะย้ายไปคุมอาร์เซนอล”

ลิเวอร์พูลประกาศยืนยันว่าสโมสรได้ทําการต่อสัญญาอดัม ลัลลาน่ากองกลางจอมม้วนของทีมออกไปอีก 3 ปีพร้อมอ็อพชั่นขยายเพิ่มอีก 1 ปีโดยจะได้รับค่าเหนื่อยเพิ่มเป็น 110,000 ปอนด์ต่อสัปดาห์

 

นักเตะวัย 28 ปีย้ายมาอยู่กับลิเวอร์พูลเมื่อเดือนมิถูนายนปี 2014 โดยลงสนามไปแล้วทั้งหมด 117 นัดทําไปได้ 20 ประตู

 

''ผมรู้สึกดีใจอย่างมากที่ได้อยู่ที่นี่ เรามีทีมที่ดีและกุนซือระดับโลก''

''กุหลาบไฟ''แบล็คเบิร์น โรเวอร์ส ตัดสินใจไล่ออก โอเว่น คอยล์ ออกจากตําแหน่งกุนซือหลังจากทําผลงานได้อย่างยํ่าแยจนทีมอยู่อันดับรองบ๊วยของศึกเดอะ แชมเปี้ยนชิพแถมนัดล่าสุดยังเปิดบ้านพ่ายต่อ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ไปด้วยสกอร์ 1-2

 

คอยล์ พึ่งเซ็นสัญญาคุม แบล็คเบิร์น ด้วยสัญญา 2 ปีเมื่อซัมเมอร์ที่ผ่านมา

 

โดยผลงานคุมทีม 5 นัดหลังสุดของกุนซือวัย 50 ปีทําได้เพียงชนะแค่เกมเดียวจาก 5 เกมหลังสุดและแพ้ไปถึง 3 จนทีมจมอยู่อันดับรองบ๊วยของตารางลีกเดอะ แชมเปี้ยนชิพ

 

''แบล็คเบิร์น โรเวอร์สขอประกาศว่าโอเว่น คอยล์ได้พ้นจากบทบาทผู้จัดการทีมแบล็คเบิร์น เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ด้วยความสมัครใจทั้งสองฝ่าย''

ลูคัส เลว่านักเตะสารพัดตําแหน่งของ หงส์แดง เปิดเผยว่าตัวเขาเกือบที่จะอําลาสังกัดไปสมัยรอย ฮ็อดจ์สันเข้ารับคุมทีมหงส์แดงในปี 2010

 

ลูคัสวัย 30 ปีเป็นนักเตะคนโปรดของ ราฟา เบนิเตซโดย เบนิเตซ ได้ดึงเขามาจาก เกรมิโอ้ เมื่อช่วงซัมเมอร์ปี 2007

 

ทั้งนี้ ลูคัส ได้ร่วมงานกับนายใหญ่หงส์แดงมาแล้วถึง 5 คนไม่ว่าจะเป็น ราฟา เบนิเตซ,ฮ็อดจ์สัน, เคนนี่ ดัลกลิช, แบรนแดน ร็อดเจอร์สและเยอร์เก้น คล็อปป์

 

''ไม่มีอะไรแน่นอน เมื่อนายใหญ่ใหม่เข้ามา แต่มาสเคราโน่ได้ตัดสินใจย้ายออกไป ผมเลยต้องอยู่''